เดิมพันต่างกันสุดขั้ว,หงส์ห้ามสะดุด-ท๊อฟฟี่ห้ามแพ้! 5ประเด็น ลิเวอร์พูล v เอฟเวอร์ตัน

ศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตัน สองทีมร่วมเมืองจะอุบัติขึ้นอีกครั้งที่สังเวียนแข้ง แอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์นี้ (24 เม.ย.)

เดิมพันต่างกันสุดขั้ว,หงส์ห้ามสะดุด-ท๊อฟฟี่ห้ามแพ้! 5ประเด็น ลิเวอร์พูล v เอฟเวอร์ตัน

จากสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ทั้งสองทีมจะมีอันดับตารางที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่เชื่อแน่ว่าการฟาดแข้งจะเป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันเนื่องจากต่างก็ต้องการชัยชนะด้วยกันทั้งคู่โดย หงส์แดง เล็งไปถึงการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ขณะที่ ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ต้องการอยู่รอดในลีกสูงสุดของประเทศต่อ แต่สุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้รับชัยชนะมี 5 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1.สี่แชมป์จบเห่แน่หาก ลิเวอร์พูล สะดุด

หลังจาก แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม วัตฟอร์ด หงายเก๋ง 5-1 ทีมตรา เรือใบ ก็นำหน้า ลิเวอร์พูล เป็นสี่แต้มแล้วโดยลงเล่นไปก่อนหน้าหนึ่งนัด

ด้วยเหตุนี้ ขุนพลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องเปิดบ้านทุบทีมร่วมเมืองให้ได้สถานเดียวเพื่อหายใจรดต้นคอทีมจ่าฝูงต่อไปกับการเว้นระยะห่างทางสังคมตามหลังทีมนำให้เหลือหนึ่งแต้มเช่นเดิม

หากทำสำเร็จ หงส์แดง ก็จะยังมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกต่อไปอันรวมถึงการสร้างประวัติศาตร์คว้าแชมป์สี่รายการด้วยเหมือนที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ทั้งก่อนและหลังจบเกมยำใหญ่ แตนอาละวาด ว่าการแย่งแชมป์จะยังเป็นไปในลักษณะเดิมเนื่องจากทั้งสองทีมจะต้องกำชัยในทุกนัดที่เหลืออยู่ของซีซั่นให้ได้เพราะหากทีมไหนพลาดก่อนก็จะเป็นการยกแชมป์ให้กับอีกฝ่ายโดยไม่มีอะไรให้ต้องสงสัย

2. หงส์แดง อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด

แน่นอนว่าทั้งฟอร์มการเล่น และขุมกำลังที่แทบไม่มีนักเตะบาดเจ็บทำให้ ลิเวอร์พูล มีภาษีที่เหนือกว่า เอฟเวอร์ตัน ชนิดเทียบกันไม่ได้ก็จริง

แต่ยังไงซะ คล็อปป์ ก็จะประมาทไม่ได้เป็นอันขาดต่อการจัดทัพแบบห่วงหน้าพะวงหลังเนื่องจาก ลิเวอร์พูล มีเกมต้อนรับ บียาร์เรอัล รออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์ต่อการฟาดเกือกถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศนัดแรก

ในเมื่ออุตสาห์หลุดมาถึงรอบนี้ แถมรอดตัวไม่ต้องห้ำหั่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ชิงตกกระป๋องไปก่อน ใครลองมาเป็น คล็อปป์ ก็คงอดใจลอยไปถึงเกมบู๊กับ เรือดำน้ำสีเหลือง ไม่ได้แน่แม้ว่าทีมของ อูไน เอเมรี่ จะถูกยัดเยียดตำแหน่งเต็งบ๊วยให้ แต่พวกเขาก็มีพิษสงไม่ใช่เล่นที่พิฆาตทั้ง ยูเวนตุส และ เสือใต้ สองทีมยักษ์ใหญ่มาได้ก่อนแล้ว

อย่างไรก็ดี จากที่ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันแสดงให้เห็นเรื่อยมา แฟนบอล เร้ด แมชีน น่าจะอุ่นใจได้อยู่เนื่องจากเขามักส่งทีมที่ดีที่สุดลงไปจัดการกับฝ่ายตรงข้ามก่อนแล้วจึงเปลี่ยนออกไปพักให้ตัวสำรองที่มีชั้นเชิงไม่ด้อยไปกว่ากันลงไปเหนื่อยแทน แถมเท่าที่ผ่านมานักเตะจากซุ้มม้านั่งของถิ่น แอนฟิลด์ มักทำแสบใส่ทีมคู่แข่งเพิ่มได้อีกเช่นกัน

เปรียบกับการทำศึกสงคราม คล็อปป์ มักใช้ยุทธวิธีส่งจรวดบินไปทิ้งบอมบ์เป้าหมายให้ราบเป็นหน้ากลองก่อนนั่นเองแล้วจึงใช้รถถังตามไปบดขยี้เก็บกวาดรายละเอียด

3.สถิติที่รอการทำลายอีกชิ้น

ไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้มากความแล้วทุกคนย่อมรู้ดีว่า หงส์แดง ชุดนี้มีประสิทธิภาพการทำลายล้างที่น่าเกรงขามแค่ไหน

ถึงวันนี้ พวกเขาพังประตูชาวบ้านวอดวายไปทั้งสิ้น 131 ประตูแล้วเมื่อนับรวมในทุกรายการ

แน่นอนว่ามันเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าสองซีซั่นที่ผ่านมา แต่ยังด้อยกว่า 138 ประตูจาก 63 นัดอันเป็นสถิติของสโมสรที่อุบัติขึ้นในซีซั่น 1885/86

ถึงอย่างนั้น จากโอกาสมีลุ้นคว้าแชมป์สี่รายการ ลิเวอร์พูล ยังเหลือเกมให้ลงสนามแบบเต็มแม็กซ์ก็อีกสิบนัดจึงเชื่อขนมกินได้เลยว่าทีมของ คล็อปป์ จะทำลายสถิติในด้านนี้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน

4.เอฟเวอร์ตัน มีแววตกชั้นมากกว่ารอด

ก่อนบุกไปเยือน แอนฟิลด์ ทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน รั้งอันดับ 17 ของตารางอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวกับการมีคะแนนมากกว่า เบิร์นลีย์ ที่ลงเล่นไปแล้วมากกว่าหนึ่งนัด

แต่ขณะเดียวกัน ถือเป็นเรื่องที่ผิดความคาดหมายอย่างแรงเนื่องจากนับตั้งแต่ เดอะ คลาเร็ตส์ ตะเพิด ฌอน ไดช์ อย่างน่าตกตะลึง ปรากฏว่าพวกเขาไม่แพ้เลยจากการลงเล่นสองนัดที่มี ไมเคิ่ล แจ็คสัน นายใหญ่ทีมชุดยู23ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ

และที่สำคัญ สองเกมที่ว่าเป็นการเจอกับทีมที่เหนือกว่ามากซะด้วย แต่ เบิร์นลีย์ ก็บุกไปเสมอกับ เวสต์แฮม 1-1 ชนิดที่ได้ประตูนำก่อน และนัดล่าสุดพวกเขาเปิดบ้านไล่ต้อน เซาธ์แฮมป์ตัน ได้อย่างเหลือเชื่อด้วยสกอร์ 2-0

มองดูแล้ว เบิร์นลีย์ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่กับ เอฟเวอร์ตัน บอกได้เลยว่ายังเอาอะไรแน่นอนไม่ได้ แถมผลต่างประตูได้เสียยังแย่กว่าทีมอันดับ 18 ของตารางสองเม็ดอีกต่างหากแม้สองเกมหลังพวกเขาจะคว้ามาได้สี่แต้มก็ตามจากการเปิดบ้านพิชิต แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ชั่วโมงนี้ทีมไหนก็ชนะได้ด้วยสกอร์ 1-0 ก่อนบุกไปเสมอกับ เลสเตอร์ 1-1 แบบเส้นยาแดงผ่าแปดในช่วงทดเวลา

5.การจ่ายตลาดที่ล้มเหลว

หลังจากผู้บริหารของถิ่น กูดิสัน พาร์ค เดินเกมพลาดมหันต์ด้วยการแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือทีมคู่แค้น ลิเวอร์พูล ให้กุมบังเหียนโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากสาวกที่แอนตี้เต็มกำลัง เอฟเวอร์ตัน ก็ต้องประสบกับชะตากรรมย่ำแย่อย่างที่เห็น

และแม้จะปรับเปลี่ยนให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามารับงานแทนในช่วงปีใหม่ Popza24 แถมจ่ายตลาดได้ไม่เลว แต่จากผลงานที่ปรากฏกลายเป็นว่า เอฟเวอร์ตัน ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ไม่ได้เลย ผิดกับ นิวคาสเซิ่ล ที่บินสูงไปแล้วหลังจากถูกใครต่อใครกาหัวว่าจะตกชั้นล้านเปอร์เซนต์

ที่สำคัญ ทีมตราลูกอมเลือกเซ็นสัญญากับนักเตะได้อย่างน่าฮือฮาซะด้วยโดยเฉพาะสองมิดฟิลด์นามกระเดื่องทั้ง เดเล่ อัลลี่ และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค

แต่กลายเป็นว่าอดีตมิดฟิลด์ สเปอร์ส ไม่อาจตอบแทนสโมสรใหม่ได้เช่นเดียวกับดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ที่ย้ายมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

หาไม่แล้ว เอฟเวอร์ตัน ไม่น่าจะดิ้นรนอยู่ในโซนสีแดงจนถึงทุกวันนี้แน่หากพวกเขาสามารถจ่ายตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จ

และเมื่อมองดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ในเกมที่มีทั้ง เชลซี  , เลสเตอร์ , เบรนท์ฟอร์ด และ อาร์เซน่อล เป็นคู่แข่งโดยไม่นับรวม ลิเวอร์พูล บอกได้เลยว่า แลมพาร์ด จะต้องดวงแข็งมากๆหากเขาสามารถพาทีมอยู่รอดปลอดภัยได้สำเร็จ