ว่าด้วยเรื่องค่าฉีกสัญญาของ “ฮาลันด์” [FEATURE]

ว่าด้วยเรื่องค่าฉีก

มีรายงานจากหลายสื่อเกี่ยวกับเรื่อง “ค่าฉีกสัญญา” ของ เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ (22 ปี สัญญาถึงกลางปี 2027) หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างดุดันในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ชนิดที่เรียกว่าเก่งเกินมนุษย์อย่าง .. ว่าแต่มันมีจริงหรือไม่กับค่าฉีกสัญญาของเขา?

ในเกมล่าสุด หัวหอกนอร์เวย์เพิ่งพลาดการลงเล่นเกมแรกในฤดูกาลนี้ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้า ในเกมที่บุกเสมอ เอฟซี โคเปนเฮเกน 0-0 และเป็นเกมแรกในฤดูกาลนี้ที่ แมนฯ ซิตี้ ยิงประตูคู่แข่งไม่ได้ โดย เป๊ป กวาร์ดิโอลา ให้เหตุผลว่า นักเตะมีอาการเหนื่อยล้า และไม่พร้อมสำหรับเกมนี้

“หลังเกมกับ เซาธ์แธมป์ตัน เขา (ฮาลันด์) เหนื่อยมาก และการฟื้นตัวไม่เต็มที่ เมื่อวานเขาก็ยังไม่ค่อยดี แม้จะโอเคขึ้นในวันแข่ง แต่เราก็เลือกจะไม่เสี่ยงอะไรทั้งสิ้นกับการส่งเขาลงสนาม”

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพละกำลังในการลงเล่นต่อเนื่อง ซึ่งผู้เล่นหลายคนในทีมอย่าง ฟิล โฟเดน, แบร์นาร์โด ซิลวา ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน” กวาร์ดิโอลา กล่าว

ส่วนหนึ่งของฟอร์มที่ร้อนแรงของ ฮาลันด์ นั้น นอกจากเรื่องของพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับการทำงานหนักในการพัฒนาตนเองแล้ว ส่วนหนึ่งคือเรื่องของการดูแลร่างกาย มีการเปิดเผยว่า ฮาลันด์ ได้ชวน มาริโอ ปาฟันดิ ซึ่งเป็นนักกายภาพของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางไปกับเขาในช่วงลงเล่นกับทีมชาตินอร์เวย์ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้ช่วยดูแลร่างกายของเขาในข่วงเวลานั้น โดย ปาฟันดิ เป็นนักกายภาพที่สนิทกับเขาตั้งแต่ช่วงแรกที่ย้ายมาร่วมงานด้วยกัน ซึ่งนอกจากนี้ เขายังทำงานร่วมกับนักกายภาพคนอื่นในทีม เพื่อให้ตัวเองพร้อมที่สุดในทุกเกมการแข่งขัน

ฮาลันด์ ลงเล่นไปแล้วทั้งหมด 13 เกมในทุกรายการ ทำไป 20 ประตู กลายเป็นนักเตะที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในโลกฟุตบอล ณ เวลานี้ พร้อมกับสร้างสถิติและทำลายสถิติเดิมไปแล้วหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน ว่ากันว่ายอดขายเสื้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ติดชื่อของเขาพร้อมหมายเลข 9 ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของยอดขายเสื้อแข่งสโมสร โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ และ ฟิล โฟเดน สองเพื่อนร่วมทีมเป็นชื่อยอดนิยมที่แฟนบอลเลือกติดหลังเสื้อรองลงมา และโดยรวมแล้ว ยอดขายเสื้อของทีมพุ่งสูงขึ้นมากจากการย้ายมาร่วมทีมของเขา นั่นคือส่วนเล็กๆน้อยๆของการถอนทุนคืนในการย้ายทีมที่อีกไม่นานจะกลายเป็นกำไรในอนาคต ซึ่งจะผันแปรไปตามผลงานส่วนตัวของผู้เล่นและของทีมในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม อัลฟ์ อิงเก ฮาลันด์ พ่อของเขาซึ่งเป็นเอเยนต์ของลูกชายด้วย ก็เคยยอมรับว่า แผนงานของลูกชายเขา หนึ่งในแผนคือ ไม่ได้มีความคิดที่จะอยู่กับทีมไหนเป็นเวลานาน อาจจะเลือกเปลี่ยนลีกไปเรื่อยๆเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเองก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เป็นไปได้ในอนาคต สวนทางกับที่ว่าครอบครัวของเขามีธุรกิจร้านอาหารที่ชื่อว่า “Vero Moderno” ร้านอาหารอิตาเลียนที่อยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งระบุว่า อาหารอิตาเลียน เป็นหนึ่งในของโปรดของดาวยิงนอร์เวย์

ฮาลันด์ เซ็นสัญญาจำนวน 5 ปี กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยใช้การฉีกสัญญาซึ่งมีมูลค่า 60 ล้านยูโร และนักเตะรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 423,000 ยูโรต่อสัปดาห์ (ประมาณ 375,000 ปอนด์) ไม่รวมโบนัสต่างๆอีกมากมาย โดยยอมรับว่า ส่วนหนึ่งในการเลือกย้ายทีมครั้งนี้ มาจากเหตุผลเรื่องของฟุตบอล และสายสัมพันธ์ของพ่อและตัวเขา

ซึ่งเกิดในอังกฤษช่วงที่พ่อลงเล่นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และกลายเป็นกัปตันทีมในเวลาต่อมา โดย “พ่อ-ลูกฮาลันด์” จะร่วมกันพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานพร้อมกัน และสุดท้าย ฮาลันด์คนลูก จะเป็นคนเลือกเส้นทางด้วยตัวเอง และในปีที่ผ่านมาเขาเลือก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหนือกว่าข้อเสนออื่นที่มีการระบุว่ามากกว่า 10 ข้อเสนอที่ยื่นให้พิจารณา

ดังนั้น การเซ็นสัญญาของเขาจึง “สมเหตุสมผล” กับเรื่องของ “ค่าฉีกสัญญา” ที่มีข่าวออกมา แม้ว่า กวาร์ดิโอลา จะกล่าวว่าไม่มีในเรื่องนี้ โดยสื่อได้มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาเรียบร้อย โดยผู้เขียนเลือกหนึ่งสื่อที่คิดว่าน่าเชื่อถือที่สุดอย่าง ดิ แอตเลติก มาเป็นข้อมูลหลักในเรื่องนี้
ในรายงานเผยว่า การเซ็นสัญญามีการระบุ ฮาลันด์ จะสามารถย้ายทีมได้เมื่อมีข้อเสนอจำนวน 200 ล้านยูโร (175.5 ล้านปอนด์ โดยประมาณ) เข้ามาถึงทีม และจะสามารถทำได้หน้าร้อนของปี 2024 (หลังจบฤดูกาล 2023/24)  เป็นต้นไป และตัวเลขจะลดลงเมื่ออายุสัญญาน้อยลงตามจำนวนปี ซึ่งไม่มีการระบุตัวเลขในส่วนนี้ออกมา อย่างไรก็ตาม

ค่าฉีกสัญญานี้จะมีผลเฉพาะสำหรับสโมสรที่อยู่นอกประเทศอังกฤษเท่านั้น และแน่นอนว่า ฮาลันด์ ต้องอยากย้ายทีมเท่านั้นการเจรจาจึงสามารถเกิดขึ้นได้ และหากต้องการย้ายไปเล่นสโมสรอื่นในพรีเมียร์ลีกก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย ในเมื่อทุกวันนี้ เขาลงเล่นกับหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดของประเทศอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงยุครุ่งเรืองของพวกเขาเสียนักเตะสำคัญไปบ้าง และเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนของการสร้างทีมต่อเนื่อง เพราะพวกเขาไม่เคยว่างเว้นการเติมนักเตะใหม่เข้าสู่สโมสร เมื่อมีคนใหม่เข้ามา คนเดิมก็ต้องเดินจากไป แต่การแยกทางกันของนักเตะจะต้องมาจากความยินยอมของนักเตะด้วยในเวลาเดียวกัน

ด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร ที่บทบาทในช่วงท้ายของเขาถูกลดลงกลายเป็นตัวสำรอง, เลอรอย ซาเน ที่ปรารถนาในการกลับไปเล่นฟุตบอลในเยอรมนี และล่าสุดอย่าง กาเบรียล เชซุส ที่ย้ายทีมด้วยเหตุผลในเรื่องของโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ ขอเพียงแค่ นักเตะต้องการย้าย

ข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาน่าพอใจ การเจรจาย้ายทีมก็มีความเป็นไปได้ นี่คือหนึ่งในหลักการทำงานของพวกเขา เหมือนที่ กวาร์ดิโอลา กล่าวไว่ในช่วงต้นฤดูกาลว่า การปล่อยนักเตะออกจากทีมเป็นเรื่องที่จำเป็นทั้งในแง่ของธุรกิจและฟุตบอลที่ต้องมีความสมดุล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดำเนินนโยบายในการสร้างทีมได้ค่อนข้างดีในตลาดการซื้อขายรอบที่ผ่านมา หลังจากภาพลักษณ์ “ซื้อแหลก” ของพวกเขาในแรกเริ่มการสร้างทีม เริ่มถูกพูดถึงน้อยลง และใช้เงินอย่างรอบคอบมากขึ้นในการเสริมทัพ และปล่อยนักเตะออกไปอย่างได้กำไรในหลายดีล แม้ว่าในดีลการย้ายทีมของ คัลวิน ฟิลลิปส์ กับสนนราคา 45 ล้านปอนด์ ยังไม่ค่อยเข้าตานักด้วยนักเตะบาดเจ็บต่อเนื่องในช่วงต้นฤดูกาลก็ตาม แต่ก็น่าจะเป็นการเสริมทีมที่ดี หากนักเตะสภาพร่างกายเต็ม 100 % กับการลงเล่น

เช่นเดียวกันสำหรับตัวเลขค่าฉีกสัญญา 200 ล้านยูโร จะเป็นตัวเลขที่สูงมาก แม้จะไม่ใช่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกหากมีการย้ายทีมเกิดขึ้น แต่มั่นใจได้เลยว่า หากวันใด ฮาลันด์ เลือกมองหาความท้าทายใหม่ เขาก็จะยังคงเนื้อหอมฟุ้งกระจายไปทั่วยุโรปเพื่อขอนำเขาไปล่าตาข่ายให้อย่างแน่นอน บนพื้นฐานที่ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แต่สำหรับเด็กคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาในวงการฟุตบอล แต่นี่คือระดับ “หายนะของกองหลังทุกทีมทั่วโลก” ไปแล้วนั่นเอง