ราชันครองบัลลังก์ยุโรป เฉือนหงส์แดงผงาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่ 14

ราชันชุดขาวยังไว้ลายเจ้ายุโรปตลอดกาล เป็นฝ่ายเฉือนชนะหงส์แดงหวุดหวิดในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2021-22 เพิ่มสถิติแชมป์เป็นสมัยที่ 14

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2021-22 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ปะทะกับ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เตะที่สนามสตาด เดอ ฟรองซ์ เมืองแซงต์-เดอนีส์ ของฝรั่งเศส

เกมนี้ลิเวอร์พูลมาในระบบ 4-3-3 อลิสสัน เบ็กเกอร์ : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โคนาเต, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, ติอาโก อัลคันตารา : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน, หลุยส์ ดิอาซ

ส่วนมาดริดใช้แผน 4-3-3 ธิโบต์ กูร์กตัวส์ : ดานี การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา, แฟร์กลองด์ เมนดี : ลูกา โมดริช, คาเซมิโร, โทนี โครส : เฟเดริโก บัลเบร์เด, คาริม เบนเซมา, วินิซิอุส จูเนียร์ popza24

สำหรับเกมนี้ต้องแข่งขันช้ากว่ากำหนดเดิม เนื่องจากเกิดปัญหาเรื่องการถ่ายเทแฟนบอลจากนอกสนามเข้าไปในสนาม ซึ่งเกิดความแออัดอย่างมาก บวกกับแฟนบอลบางส่วนที่ไม่มีบัตรเข้าชมแล้วฝ่าด่านตรวจเข้ามาด้วย

โดยเดิมทีกำหนดแข่งขันจะเริ่ม 02.00 น. ของประเทศไทย กลายเป็น 02.15 น. แล้วขยับเวลาเพิ่มอีกรอบเป็น 02.30 น. จากนั้นขยับรอบสามเป็น 02.36 น. ก่อนที่เกมจะได้แข่งขันกันในที่สุด

รูปเกมครึ่งแรกเป็นฝั่งลิเวอร์พูลที่ครองบอลบุกได้มากกว่า นาที 16 ลิเวอร์พูลสบโอกาสดี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เลี้ยงบอลฝ่าแนวรับเข้าไปทางด้านขวาของเขตโทษ แล้วตบเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตวัดยิงไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องพุ่งตัวปัด

นาที 21 ซาดิโอ มาเน พาบอลลุยผ่านดงผู้เล่นมาดริดแล้วสับไกยิงในเขตโทษ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ พุ่งปัดแล้วบอลไปชนเสา ลิเวอร์พูลชวดได้ประตูไปอีกครั้ง

นาที 43 คาริม เบนเซมา สปีดมารับบอลในเขตโทษ จากนั้นดึงหนี อลิสสัน เบ็กเกอร์ ก่อนจิ้มต่อหวังให้เพื่อนยิง อิบราฮิโม โกนาเต ดักได้แล้วอลิสสันพุ่งมาชนในจังหวะพอดีกัน ทำให้บอลหลุดจากเท้าโกนาเต

เฟเดริโก บัลเบร์เด จึงปราดเข้ามาเพื่อหวังยิง แต่ก็โดนผู้เล่นลิเวอร์พูลรุมเข้าสกัดทำให้เกิดจังหวะขลุกขลิกแล้วบอลมาเข้าทางเบนเซมาซัดตุงตาข่าย ทว่าเบนเซมาก็อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน มาดริดชวดได้ประตูนี้ไป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังนาที 59 เฟเดริโก บัลเบร์เด พาบอลเข้ามาทางพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนจะเตะเรียดแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านไปเสาสองถึง วินิซิอุส จูเนียร์ จัดการเข้าฮอร์สไม่เหลือ มาดริดนำก่อน 1-0

นาที 64 ลิเวอร์พูลมีลุ้นตีเสมอ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พาบอลลากตัดจากด้านขวาเข้ากลาง แล้วสับไกยิงจากนอกเขตโทษ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ยังไวพุ่งปัดทิ้งไปได้

นาที 69 เป็นโอกาสของลิเวอร์พูลอีกหน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลลอยเข้าเขตโทษ ดิโอโก โชตา ขึ้นโหม่งได้แล้วบอลลอยมาทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปราดเข้ายิงมุมแคบระยะเผาขน ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ตามมาบล็อกได้เยี่ยม

นาที 80 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำชิ่งกับเพื่อนแล้วยิงจากนอกเขตโทษไปแฉลบ ดิโอโก โชตา ที่วิ่งโฉบมาตัดกับทางบอลทำให้ลูกเปลี่ยนทางแต่ยังตรงกรอบ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องตัดสินใจปัดทิ้งไป ลิเวอร์พูลพลาดตีเสมออีกหน

นาที 82 ลิเวอร์พูลมีโอกาสลุ้นจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกครั้ง คราวนี้ดาวเตะอียิปต์กระชากหนีกองหลังแล้วยิงด้วยขวาในเขตโทษ แต่ยังเจอ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟได้เยี่ยม

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก จบเกมมาดริดเป็นฝ่ายชนะ 1-0 ได้ดับเบิลแชมป์ฤดูกาลนี้ ต่อจากที่คว้าโทรฟี่ลา ลีกา มาก่อนแล้ว

นอกจากนี้ มาดริดยังซิวแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 14 ต่อจากฤดูกาล 1955-56, 1956-57, 1957-58, 1958-59, 1959-60, 1965-66, 1997-98, 1999-2000, 2001-02, 2013-14, 2015-16, 2016-17, 2017-18 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดด้วย